สุขภาพจิต

สุขภาพจิต หมายถึง สภาพชีวิตที่เป็นสุข มีความสมบูรณ์ทั้งทางกายและจิตใจสามารถปรับตัวหรือความต้องการของตนให้เข้ากับสภาพแวดล้อม เข้ากับบุคคลที่อยู่ร่วมและกับสังคมที่เกี่ยวข้องด้วยดี โดยไม่ก่อความเดือดร้อนให้แก่ตนเองและผู้อื่น ทั้งยังก่อให้เกิดผลดีและประโยชน์สุขต่อตนเองอีกด้วย

ดาวน์โหลด

ลักษณะของผู้ที่มีสุขภาพจิตดี ประกอบด้วย
1. ไม่เจ็บป่วยทางจิตใจ
2. มีพฤติกรรมที่เหมาะสม
3. ปรับตัวได้กับสภาพแวดล้อมต่าง ๆ
4. มีบุคลิกภาพที่มั่นคง
5. มีเจตคติที่ถูกต้องต่อสภาพที่เป็นจริง
หากมีปัญหาสุขภาพจิต จะทำให้บุคคลมีสุขภาพจิตไม่ดี ปัญหาสุขภาพจิต มีหลายประการ ได้แก่
1. ความเครียด (Stress) หมายถึง ความรู้สึกและปฏิกิริยาตอบสนองทางกายและจิตใจ ของบุคคลที่มีต่อสิ่งเร้า หรือสถานการณ์อันไม่พึงปรารถนา เช่น จะสอบวันพรุ่งนี้ แต่ยังอ่านหนังสือไม่จบ ทำให้เครียดจนปวดหัว นอนไม่หลับ เป็นต้น สาเหตุของความเครียด ประกอบด้วย
1.1 ความเครียดทางชีววิทยา (Biological Stress) เกิดจากความเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย หรือทางชีวภาพหรือเกี่ยวข้องกับสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิต หากได้รับไม่พอจะเกิดความรู้สึกไม่สบาย เกิดเป็นความเครียดขึ้น
1.2 ความเครียดทางพัฒนาการ (Developmental Stress) เกิดจากพัฒนาการแต่ละวัย เกิดจากความต้องการความรัก ชื่อเสียง การยกย่องนับถือ และต้องการมีเพื่อน เป็นต้น หากไม่ได้รับตามที่คาดหมาย จะเกิดความเครียด
1.3 ความเครียดจากสภาพกายภาพ หรือสถานการณ์ หรือวิกฤตการณ์ที่ก่อให้เกิดอันตรายหรือการเจ็บป่วยแก่ร่างกาย
1.4 ความเครียดจาก กฎ ระเบียบ วัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณี
2. การปรับตัวผิดปกติ (Adjustment Disorder) คือการที่บุคคลไม่สามารถประกอบกิจกรรมเพื่อดำรงชีวิตได้ ตามปกติในระยะเวลาสั้น ๆ ไม่เกิน 6 เดือน เนื่องจากมีความเครียดรุนแรงและยาวนาน จนทำให้อารมณ์และพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม โดยที่เขาไม่ทราบสาเหตุ ทำให้อารมณ์แปรปรวน ความคิดหรือการรับรู้ผิดปกติ เมื่อได้รับการรักษาก็จะหายเป็นปกติในระยะเวลาอันสั้น
3. บุคลิกภาพผิดปกติ (Personality Disorder) คือการปรับตัวที่ผิดและไม่เหมาะสมซึ่งติดแน่นมาตั้งแต่เด็ก ทำให้เกิดปัญหากับบุคคลอื่นแต่สามารถทำงานได้ ไม่รู้สึกว่าตนมีปัญหาอะไร จึงไม่รู้สึกเดือนร้อน บุคลิกภาพผิดปกติประกอบด้วย อันธพาล ผิดปกติทางเพศ และหวาดระแวง เป็นต้น
4. โรคประสาท (Neurosis of Anxiety Disorder) คืออาการวิตกกังวล ทำให้เกิดการเก็บกด หรือแสดงออกโดยตรง อารมณ์อ่อนไหวง่าย ไม่สามารถควบคุมอารมณ์และพฤติกรรมของตนได้ การดำเนินชีวิตจึงไม่ค่อยมีคุณภาพ แต่ก็ยังสามารถประกอบการงานในชีวิตประจำวันได้ เข้าใจโลกของความเป็นจริงอยู่และต้องการรักษา โรคประสาทส่วนใหญ่ที่พบมี 3 ชนิด คือ
4.1 โรคประสาทวิตกกังวล (Panic Disorder)
4.2 โรคประสาทย้ำคิดย้ำทำ (Obsessive Compulsive     Disorder)
4.3 โรคประสาทชนิดกลัวโดยไม่มีเหตุผล (Phobic  Disorder)
5. โรคจิต (Psychosis) คืออาการผิดปกติทางจิตอย่างรุนแรง ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ความคิด อารมณ์และพฤติกรรมไปจากคนปกติตามสภาพความเป็นจริง คือไม่รับรู้สภาพความจริงนั่นเอง มีอาการประสาทหลอน หลงผิด ทำงานทำการไม่ได้ ที่พบมาก ประกอบด้วย
5.1 โรคจิตเภท (Schizophrenic Disorder)
5.2 โรคจิตอารมณ์แปรปรวน (Mood Disorder หรือ   Affective Disorder)
5.3 โรคจิตหวาดระแวง (Paranoid Disorder หรือ  Delusional Disorder)
6. โรคที่รู้สึกว่าตนเจ็บป่วยทางกายโดยมีสาเหตุมาจากจิต (Somatoform Disorder หรือ Psychosomatic Disorder) คือ การเจ็บป่วยทางกายซึ่งไม่ได้  มีสาเหตุมาจากเชื้อโรค เช่น โรคระบบหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งเกิดจากความเครียดทำให้ใจสั่น แน่นหน้าอก เหนื่อยง่าย หน้ามืด เป็นต้น
ปัจจัยที่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพจิต ปัจจัยที่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพจิตมีมากมายหลายปัจจัย แล้วแต่มุมมองของใคร ดังต่อไปนี้
1. ด้านการแพทย์ มองว่าปัจจัยที่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพจิต คือ
1.1 พันธุกรรม เชื่อว่าโรคจิตเภท หรือจิตอารมณ์แปรปรวน สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ และกลุ่มโรคจิตที่เกิดจากความพิการของสมอง เช่น สมองเสื่อมในวัยชรา (Senile Dementia) โรคสองเสื่อมก่อนวัย (Alzheimer’s Disease) ฯลฯ สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่าถ่ายทอดทางพันธุกรรม
1.2 ร่างกาย เชื่อว่าโรคจิตบางประเภทเกิดจากความผิดปกติของระบบร่างกาย เช่น สมอง หรือ Metabolism หรือความผิดปกติของระบบต่อมไร้ท่อ
1.3 สิ่งแวดล้อม เชื่อว่าครอบครัว ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม เป็นสาเหตุของปัญหาสุขภาพจิต ทำให้ลูกหลานเป็นอันธพาล ติดยา ปรับตัวไม่ได้ เครียด หรือวิตกกังวล ฯลฯ
2. ด้านสังคมวิทยา มองว่าปัจจัยที่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพ คือ
2.1 โรคทางกายและทางจิต
2.2 ปรับกลไกทางจิตไม่ได้ หรือไม่เหมาะสม (ตามแนวทางทางจิตวิเคราะห์)
2.3 การเรียนรู้
2.4 ปัญหาต่าง ๆ ที่ต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน
2.5 ความเครียดที่เกิดจากสภาพแวดล้อม
3. ด้านปัจเจกบุคคล ประกอบด้วย
3.1 ปัจจัยภายในตัวบุคคล เช่น ร่างกายไม่ปกติ เป็นโรคหรือเจ็บไข้เรื้อรัง ความต้องการทางจิตไม่ได้รับการตอบสนองเพียงพอ
3.2 ปัจจัยภายนอก เช่น ครอบครัว และสัมพันธภาพระหว่างพ่อ แม่ ลูก วัฒนธรรมและค่านิยมของสังคม สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ
การแก้ไขและป้องกันปัญหาสุขภาพจิต
โดยปกติเมื่อคนเรามีความคับข้องใจหรือไม่สบายใจ จิตของคนนั้นก็จะหาทางขจัดปัดเป่าความยุ่งยากเหล่านั้น โดยใช้กลไกลป้องกันตนเองนี้ จะเกิดขึ้นอย่างอัตโนมัติ ตัวเราเองไม่ต้องใช้เวลาใคร่ครวญนาน และเมื่อผู้นั้นเลือกใช้กลไกป้องกันตนเองแล้ว หากยังรู้สึกเป็นทุกข์หรือกลไกที่ใช้นั้นแก้ไขความยุ่งยากไม่ได้ก็จะคิดหาวิธีการอื่น ๆ ต่อไป

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s